บอลไทย » การกลับมาของ โอเว่นเมืองไทย ภิญโญ อินพินิจ

การกลับมาของ โอเว่นเมืองไทย ภิญโญ อินพินิจ

22 มกราคม 2021
88   0

การกลับมาของ โอเว่นเมืองไทย : ภิญโญ อินพินิจย้อนหลังกลับไปเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว วงการลูกหนังเมืองไทย มีนักเตะดาวรุ่งคนหนึ่ง ที่สามารถแจ้งเกิดได้ จนได้รับฉายามากมายจากทั้งสื่อมวลชน และแฟนบอล

การกลับมาของ โอเว่นเมืองไทย ภิญโญ อินพินิจ

ไม่ว่าจะเป็น โอเว่นเมืองไทย, จุ๊บ เทอร์โบ, จุ๊บ ร้อยเมตร หรือแม้กระทั่ง เบบี้โกล โปลิศ ด้วยสไตล์การเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้าที่มีสปีดความเร็วเป็นอาวุธหลัก สามารถพาบอลไปยิงด้วยตัวเองแบบฉบับเดียวกับ ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตดาวยิงตัวฉกาจของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นักเตะคนนั้น คือ “จุ๊บ” ภิญโญ อินพินิจ

ภิญโญ เกิดเมื่อช่วงกลางปี 1993 หรือเมื่อประมาณ 27 ปีที่แล้ว ที่จังหวัดเลย ก่อนจะย้ายมาเรียน และเป็นนักฟุตบอลที่โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม จ.นครปฐม

ด้วยความสามารถในเชิงลูกหนังตอนเด็ก ข่าวกีฬาวันนี้ ก็ทำให้ “เจ้าจุ๊บ” ได้จุมพิตโลกฟุตบอลที่ใหญ่ขึ้นในระดับฟุตบอลนักเรียน ในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายกับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จังหวัดปทุมธานี

ภิญโญ อินพินิจ อยู่กับ สวนปทุมฯ ในยุค “โกลเด้น เจเนเรชั่น” ที่มี ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ วันเฉลิม ยิ่งยง อยู่ในทีมเดียวกัน

พวกเขาในช่วง ม.ปลาย ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี ประกาศความยิ่งใหญ่ในแวดวงลูกหนังขาสั้น โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลกีฬา 7 สี มาครองได้แบบหักปากกาเซียนสุดๆ เมื่อเอาชนะจุดโทษ กีฬากรุงเทพมหานคร ไปได้ 6-4 ในรอบชิงชนะเลิศ

นอกจากแชมป์ฟุตบอลกีฬา 7 สี แล้ว “สวนปทุมฯ” ชุดดังกล่าว ยังได้แชมป์ฟุตบอลกรมพลศึกษา รุ่นอายุ 18 ปี ถ้วย ข. และ แชมป์กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย อีกด้วย

ด้วยความโด่งดังในยุคนั้น ของนักเตะ “สวน ปทุมฯ” ทำให้สโมสรที่มีถิ่นฐานในจังหวัดปทุมธานีอย่าง อินทรีเพื่อนตำรวจ จับทั้งสามคนอย่าง ภิญโญ อินพินิจ, สล็อตออนไลน์ มือถือ ได้เงินจริง ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ วันเฉลิม ยิ่งยง เซ็นสัญญามาอยู่ในอะคาเดมี่ของสโมสร ก่อนจะถูกปล่อยให้กับ การบินไทย-ลูกอีสาน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอินทรีเพื่อนตำรวจ ยืมตัวไปใช้งาน

หลังจากนั้น ภิญโญ ก็เขยิบขึ้นมาอยู่ในระดับฟุตบอลอาชีพเต็มตัว พร้อมกับเพื่อนๆ โดยที่ดูเหมือนว่า “เจ้าจุ๊บ” จะได้รับคำชม และความคาดหวังจากแฟนบอลเยอะกว่าทั้ง ปกรณ์ รวมถึง วันเฉลิม เพราะติดทีมชาติไทย ทั้งชุดเยาวชน กับ ชุดใหญ่ ในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากโด่งดังได้ไม่นาน

และอยู่ในทีมชาติไทย ชุดที่คว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันฟุตบอลในมหกรรมกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ด้วย

หลังจากนั้น เขาก็ยิ่งโด่งดังเข้าไปอีก เมื่อซัดประตูในรอบชิงชนะเลิศ ของศึกฟุตบอล ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประตูปิดท้ายของ “ทัพช้างศึก” ในทัวร์นาเมนต์นั้น ให้ชนะ เมียนมา ในรอบชิงฯ ไปแบบเด็ดขาด ที่สกอร์ 3-0

แต่จากวันนั้น จนวันนี้ ผ่านไปประมาณ 5 ปี วันเฉลิม ยิ่งยง ผ่านการเป็นแชมป์ โตโยต้า ลีก คัพ 2019 กับ พีที ประจวบ เอฟซี ขณะที่ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ก้าวหน้าในอาชีพการค้าแข้งกับ การท่าเรือ เอฟซี และได้แชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ 2019 กับ “สิงห์เจ้าท่า”

ทว่า ภิญโญ กลับหายเงียบไปเรื่อยๆ บาคาร่าออนไลน์ จนแทบจะถูกลืมไปจากความจำของแฟนบอลไทย แม้จะย้ายไปอยู่ทีมใหญ่อย่าง การท่าเรือ, โปลิศ เทโร หรือ แอร์ฟอร์ซ แต่ตั้งแต่ซีซั่น 2017 จนถึง 2019 เจ้าจุ๊บ ได้ลงสนามในศึกไทยลีกไปแค่ 19 นัด เป็นตัวจริงแค่ 11 นัดเท่านั้น เฉลี่ยแล้วปีละไม่ถึง 4 เกมด้วยที่เป็นตัวจริง

และที่สำคัญ ในปี 2017 กับ 2019 เขาไม่ได้ลงสนามในเกมไทยลีกเลยแม้แต่นาทีเดียว และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บอยู่นอกสนาม

แต่ล่าสุด ในปี 2020 ภิญโญ กลับมาอีกครั้ง แต่ในฐานะนักเตะในลีก T3 กับ ราชประชา ก่อนจะกระโดดจากลีกล่างมาอยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในลีก T2 ในช่วงเลกที่สองของศึกไทยลีก 2020-21

เมื่ออาการบาดเจ็บที่เคยเกาะติดตัวจนทำให้ฟอร์มตก เริ่มหายเป็นปลิดทิ้งก็ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น เหลือเพียง “โอกาส” ที่จะทำให้เขาแสดงให้เห็นว่า คนอย่าง “เจ้าจุ๊บ” อดีตเจ้าของฉายา โอเว่นเมืองไทย ยังสามารถอยู่ในฟอร์มที่ดีได้

การกลับมาครั้งนี้ของเขา เขาไม่ได้แค่หวังจะฟอร์มดีใน T2 เท่านั้น แต่เขาหวังไกลถึงขนาดได้กลับไปเล่นลีกสูงสุดอีกครั้ง และคาดหวังถึงขั้นกลับไปติดทีมชาติไทยบนหน้าอกให้ได้อีกครั้ง

หลายคนอาจจะตลกในเป้าหมายของนักเตะที่ถูกมองว่าเลยจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งเขาก็รู้ว่า ต่อให้พูดแค่ไหน ก็คงไม่มีใครเชื่อนอกจากจะใช้ผลงานในสนามเป็นคำตอบ เพราะมันตอบทุกอย่างได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องพูดอะไรสักคำ