ชุดใหญ่เพียบ! จัดทีม 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด “ช้างศึก ยู-23” แบบไร้เงื่อนไข

ชุดใหญ่เพียบ! จัดทีม 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด “ช้างศึก ยู-23” แบบไร้เงื่อนไข

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับศึกฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบคัดเลือก ของทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ที่ประเทศมองโกเลีย ที่จะต้องพบกับ “เจ้าภาพ” มองโกเลีย, มาเลเซีย และ สปป.ลาว 

ชุดใหญ่เพียบ! จัดทีม 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด “ช้างศึก ยู-23” แบบไร้เงื่อนไข

โดยทัวร์นาเมนต์นี้ ทีมชาติไทย มีเป้าหมายเดียว คือ ชัยชนะทั้งสามนัด เพื่อการันตีการเป็นแชมป์กลุ่ม และผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ในช่วงกลางปีหน้า

แต่อย่างที่แฟนบอลทราบกันดีว่า ทีมชาติไทย ในชุดนี้ จะขาดนักเตะตัวหลักหลายต่อหลายคน เนื่องจากบางราย ติดภารกิจกับสโมสรที่ต่างประเทศ บางรายมีอาการบาดเจ็บหนัก

และส่วนใหญ่ก็เล่นอยู่ในศึกไทยลีก 1 ซึ่งไม่มีการเบรกพักลีกในช่วงที่มีการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวแต่อย่างใด ทำให้สโมสรต้นสังกัดตัดสินใจไม่ส่งนักเตะมาร่วมทีม เนื่องจากไม่ใช่โปรแกรมการแข่งขันในปฏิทินฟีฟ่าเดย์

แต่แม้จะไม่สามารถสร้างทีมแบบฟูลได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ ทว่าแฟนบอลก็คงอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากตัดเงื่อนไขทั้งหมดออกไปแล้ว ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในชุดนี้ จะมีหน้าตา ข่าวกีฬา 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดอย่างไร

ซึ่งเราขอพาทุกท่านไปพบกับ ชุดบิ๊กเนมที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ของทีมชาติไทย ชุดนี้ และจะมีใครกันบ้างนั้น ลองไปติดตามกันได้เลยกับบทความ “ชุดใหญ่เพียบ! ทีม 11 แข้งที่ดีที่สุดของ ช้างศึก ยู-23 แบบไร้เงื่อนไข”

ผู้รักษาประตู : นพพล ละครพล

นายทวารดาวรุ่งวัย 21 ปี ที่ปัจจุบันเป็นมือสองอยู่ในสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และแน่นอน เด็กหนุ่มชาวบุรีรัมย์โดยกำเนิด ที่เป็นเด็กปั้นของอะคาเดมี่สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รายนี้ รอต่อคิวเป็นมือหนึ่งของ “ปราสาทสายฟ้า” อย่างแน่นอน ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจาก ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก็มีอายุอานามถึงหลัก 37 ปีแล้ว

โดย “เจ้าโจนัส” สร้างชื่อในถิ่นปราสาทสายฟ้า ด้วยการถูกส่งให้เฝ้าเสาในเกมอุ่นเครื่องของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่พบกับ ทีมชาติลาว ชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น

ก่อนที่เจ้าตัวจะสร้างชื่อต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์ ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี หรือ “โค้กคัพ” กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเเละคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของรายการมาครอง

ก่อนจะได้ลงสนามในลีกอาชีพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บี จนถูกเรียกติดทีมชาติไทย ชุดไม่เกิน 19 ปี จากนั้น เขาก็ถูกส่งไปอยู่กับ ลำปาง เอฟซี และ นครปฐม ยูไนเต็ด ในรูปแบบการยืมตัว ในลีกรอง ก่อนจะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ “เสือป่าราชา” จนมีชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่มาแล้ว ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ เมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมา

และแน่นอน หากจะมีนายทวารสักคนที่ควรค่าแก่การเป็นมือหนึ่งของทีมชุดนี้ ก็คงจะต้องเป็น “เจ้าโจนัส” อย่างแน่นอน

แบ็คซ้าย : ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์

ตัวเลือกทางฝั่งแบ็คซ้าย มีถึง 3 คนที่น่าสนใจ ทั้ง วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด, จตุรพัช สัทธรรม และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์

ซึ่งสองรายหลัง เป็นนักเตะดีกรีทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สอง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

แต่ถ้าให้เลือกสักคนในตำแหน่งนี้ ก็คงต้องขอเลือก “เจ้านาย” แบ็คซ้ายตัวเก่งของสโมสร ชลบุรี เอฟซี ที่แม้จะอายุเพียงแค่ 19 ปี แต่มีลีลาการเล่นเหลือกินเหลือใช้ และเอาอยู่กับตำแหน่งนี้อย่างมาก ทั้งรุก และรับ รวมถึงยังเป็นแบ็คซ้ายที่สามารถเล่นในรูปแบบตัวเชื่อมเกมได้ดีอีกด้วย

แบ็คขวา : ธิติ ทุมพร

เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างมีตัวเลือกที่น้อยมาก และหลายคนคงมองไปถึง “มาร์ค” กฤษฎา นนทรัตน์ ที่ติดทีมชาติไทย มาตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี

แต่ในศึกรีโว่ ไทยลีก ซีซั่นนี้ ได้มีแบ็คขวาดาวรุ่งรายหนึ่ง โชว์ฟอร์มได้อย่างจรัสแสงขึ้นมา กับสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี นั่นก็คือ ธิติ ทุมพร อดีตแข้งของ ขอนแก่น เอฟซี แทงบอลออนไลน์ ในลีกรอง ที่ย้ายมาร่วมทัพ “โคราช” ในฤดูกาลนี้ เพื่อเป็นตัวแทนของ เอกณัฎฐ์ คงเกตุ​ แบ็คขวาตัวเก๋าที่ย้ายไปอยู่กับ พีที ประจวบ เอฟซี

ซึ่ง ธิติ ก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อได้รับโอกาสจาก “โค้ชโจ” ​ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ครบทั้ง 7 เกมในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นตัวจริง 6 นัด และตัวสำรองอีก 1 นัด

และแน่นอนว่า นี่คือ แบ็คขวาอนาคตไกลอีกคนของเมืองไทย ในเวลานี้

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : โจนาธาน เข็มดี และ กฤษดา กาแมน

จริงๆ ก็แอบเสียดายที่ต้องใส่ชื่อของ กฤษดา กาแมน เข้ามาอยู่ในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง เมื่อที่เขาเคยเล่นตำแหน่งนี้ในทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ชุดลุยมองโกเลีย ในศึกฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ในปี 2017

แต่เมื่อสอดส่ายดูนักเตะในตำแหน่งเดียวกันที่มีอายุเข้าข่ายจะเล่นได้ และมีประสบการณ์สูง ความสามารถยอดเยี่ยมแล้ว ต้องยอมรับว่า “เจ้าและห์”​ ยังคงเป็นเบอร์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย หากเทียบกับนักเตะรายอื่นๆ เช่น ทรงชัย ทองอ่ำ, จักรพงษ์ แสนมะฮุง, บุคฆอรี เหล็มดี, ประสิทธิชัย เพิ่ม หรือ คีรอน อ้อนชัยภูมิ

ส่วนคนที่จะเข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งนี้คู่กับ “เจ้าและห์” ก็คงต้องเป็น โจนาธาน เข็มดี ที่แม่แป้งบอกแล้วว่า เราจะได้เห็นปราการหลังลูกครึ่ง ไทย-เดนมาร์ก วัย 19 ปี เจ้าของส่วนสูง 188 เซนติเมตร รายนี้อย่างแน่นอน ในประเทศมองโกเลีย

โดย โจนาธาน นับเป็นอีกหนึ่งดาวเตะลูกครึ่งไทยที่จรัสแสงอยู่ในลีกยุโรป โดยเขาเพิ่งได้รับการเซ็นสัญญาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรโอบี โอเดนเซ่ ทีมในลีกสูงสุดประเทศเดนมาร์ก เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ถ้าได้จับคู่กัน เราก็จะได้เห็น คู่กองหลังทีมชาติไทย ชุดเยาวชน ที่เด่นกันคนละแบบมาฟิวชั่นกัน ไม่ว่าจะลูกบู๊ สูงใหญ่ สไตล์ยุโรป อย่าง “โจนาธาน” และลูกบุ๋น ที่มีทีเด็ดเรื่องการออกบอลอย่างแม่นยำ และยิงฟรีคิกได้ดี บวกกับมีความเป็นผู้นำสูงมาก อย่าง “เจ้าและห์” ด้วย

กองกลางสามคน : เบน เดวิส, ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร และ ชาญณรงค์ พรหมศรีแก้ว

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้องถอย กฤษดา กาแมน ลงไปเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ก็คือการที่ยังมีกองกลางชั้นดีจากลีกยุโรปอยู่ในข่ายการติดทีมชาติไทย ชุดนี้ ถึงสามราย

ทั้ง “เจ้ากัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร อดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ชุดเยาวชน จากสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเคยติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่มาแล้ว และได้ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชียมาแล้วด้วย เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา

ตามด้วย เบน เดวิส อีกหนึ่งดาวเตะทีมชาติไทย ที่เล่นอยู่ในลีกประเทศอังกฤษ กับสโมสร อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ในศึก ลีก วัน ที่เคยเล่นได้อย่างโดดเด่นในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 เมื่อต้นปีที่แล้ว ภายใต้การคุมทัพของ อากิระ นิชิโนะ

และสุดท้ายก็คือ “เจ้าหนึ่ง”​ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว มิดฟิลด์ตัวรุกพรสวรรค์สูงจากสโมสร อูนิโอน อดาร์เบ้ ทีมในลีกระดับที่ 4 ของประเทศสเปน ที่ยืมตัวจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี ไปในช่วงตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

โดยนอกจากสามรายนี้ ยังมีสองนักเตะที่สามารถแสตนบายได้อีก ซึ่งถือเป็นสองนักเตะชั้นดีในตำแหน่งแดนกลาง ที่เคยติดทีมชาติไทย ชุดเยาวชนมาแล้ว และเคยลงสนามในรอบแบ่งกลุ่ม ศึกฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กับสโมสรมาแล้วด้วย ได้แก่ อิรฟาน ดอเลาะ จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ นรากร นุ่มจันทร์สกุล กองกลางดาวรุ่งจากค่าย “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

สามแนวรุก : เอกนิษฐ์ ปัญญา, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ สิทธิโชค ภาโส

สามแนวรุกที่ติดทีมชาติไทย และเล่นด้วยกันมาตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ที่เกือบได้ไปฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี มาแล้ว เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา หากไม่พลาดท่าเสียประตูท้ายเกมให้กับทีมชาติกาตาร์ ยู-19 ในคราวที่ไปแข่งฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ซึ่งทั้งสามรายก็ติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน และสองรายแรกอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา กับ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ก็เป็นสองแข้งที่เคยยิงให้กับ “ช้างศึก ชุดใหญ่” มาแล้วด้วย และมีประสบการณ์ในเกมระดับสูงมามากมาย

ส่วน สิทธิโชค ภาโส ที่พลาดโอกาสในการติดทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 เมื่อต้นปีที่แล้ว ก็ยังคงเป็นหนึ่งในกองหน้าตัวฉกาจของรุ่น ที่ยังไงก็ควรจะต้องติดทีมชุดนี้ หากไม่มีเงื่อนไขใดๆ

แต่ก็น่าเสียดายมากๆ ที่ “เจ้าย้า” จะพลาดโอกาสมาร่วมทีมชาติไทย ในชุดนี้ เนื่องจากเจ้าตัวติดภารกิจล่าฝันอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น กับสโมสร เอฟซี ริวกิว ทีมในระดับเจลีก 2

ซึ่งในส่วนของแนวรุกนั้น ยังมีตัวเลือกชั้นดีอีกอย่างน้อยๆ สามราย ก็คือ เมธี สาระคำ แนวรุกจอมขยัน และมีวินัยเกมรับสุดๆ จาก พีที ประจวบ เอฟซี และ กรวิชญ์​ ทะสา กองหน้าดาวรุ่งจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด

รวมถึง อชิตพล คีรีรมย์ หัวหอกเลือดไทยแท้ที่ไปเล่นอยู่ในประเทศเยอรมันกับสโมสร สโมสร เอาก์สบวร์ก ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน โดยเจ้าตัวถูกส่งไปร่วมทีมสำรองในลีกล่าง และมีโอกาสเป็นนักเตะไทยรายที่สองที่จะได้เล่นบุนเดสลีกา เยอรมัน ในอนาคต ต่อจาก “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อีกด้วย

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เป็นทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในแบบจัดเต็ม โดยไร้เงื่อนไข แต่ก็อย่างที่ทราบกัน เมื่อมีเงื่อนไขเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ก็อาจจะทำให้ทีมชุดนี้ ขาดนักเตะแม่เหล็กไปพอสมควร

แต่อย่างไรก็ตาม ยังไงเราก็ต้องเชียร์อัพทีมชาติไทย ในชุดนี้ ให้สามารถประสบความสำเร็จผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2022 ให้ได้

เพราะถึงเวลานั้น เราอาจจะได้เห็นทีมชุดเต็มแบบนี้จริงๆ ก็เป็นได้ เพราะในทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายนั้น จะแข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายน ที่ไม่มีเกมไทยลีกแต่อย่างใด และอยู่ในช่วงพักเบรกปิดซีซั่นของทางฝั่งลีกยุโรปอีกด้วย