ทนกระแสไม่ไหว! อเด ยอมถอย- “พยงค์” เต็งคัมแบ็คคุมสุพรรณ

ข่าวฟุตบอลไทย

ทนกระแสไม่ไหว! อเด ยอมถอย- “พยงค์” เต็งคัมแบ็คคุมสุพรรณ

เฮดโค้ชวัย 54 ปี เต็งกลับมาคุม สุพรรณบุรี อีกครั้ง ข่าวฟุตบอลไทย แทนที่ อเดบาโย ที่ยอมถอย หลังพาทีมทำผลงานย่ำแย่ และ ถูกกดดันอย่างหนักพยงค์ ขุนเณร เป็นกุนซือตัวเต็ง ที่จะกลับมาคุม สุพรรณบุรี เอฟซี อีกครั้ง แทนที่ อเดบาโย กาเดโบ หลังพาทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่อยู่ในขณะนึ้ และ ถูกแฟนบอลกดดันอย่างหนักเฮดโค้ชชาวไนจีเนีย ถูกแฟนบอลวิจารณ์ และ กดดันอย่างหนัก ถึงขั้นมาชูป้ายไล่ที่สนาม หลังพาทีมแพ้คู่แข่ง 7 นัดติดต่อกัน ในศึกรีโว่ ไทยลีก เป็นครั้งแรก ทำให้ผู้บริหารไม่อาจนิ่งเฉยได้ โดยล่าสุดเข้ามาพูดคุยกับทาง ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช เป็นที่เรียบร้อย รวมถึง อเดบาโย กาเดโบก่อนที่ โกล ประเทศไทย จะได้รับรายงานว่า อเดบาโย กาเดโบ ยอมถอยแล้ว ข่าวกีฬาวันนี้ เพื่อเปิดทางให้กุนซือคนใหม่ เข้ามากอบกู้สถานการณ์ทีม โดยตัวเต็งคือ พยงค์ ขุนเณร ที่ปัจจุบันกำลังว่างงาน นับตั้งแต่แยกทางกับ ตราด เอฟซี หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมาสำหรับ พยงค์ ขุนเณร เคยคุม สุพรรณบุรี เอฟซี มาแล้ว เมื่อฤดูกาล 2013 โดยพาทีมจบถึงอันดับ 4 ของตาราง ทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในปีนั้น ส่วนปัจจุบัน ทีมรั้งอันดับ 15 ของตาราง มีเพียง 7 คะแนนจาก 13 นัด ห่างจากโซนปลอดภัย 7 คะแนนโปรแกรมต่อไป สุพรรณบุรี เอฟซี มีคิวบุกเยือน สมุทรปราการ ซิตี้ ในรีโว่ ไทยลีก วันที่ 20 พฤศจิกายน 2564

ประวัติสโมสร

สโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มต้นมาจากการต่อยอดให้นักเตะเยาวชนจากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 12 (พ.ศ. 2539) ที่จังหวัดกำแพงเพชร ที่ประกอบด้วยผู้เล่นชาวสุพรรณบุรีโดยกำเนิด อาทิ คำภีร์ ปิ่นฑะกูล, กฤษณะ ภูผา และสถาพร วาจาขำ (ปัจจุบันรับบทบาทผู้ช่วยโค้ชให้กับทีมสุพรรณบุรี) ทำให้บรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี มอบหมายให้เกรียง นักพาณิชย์ ก่อตั้งสโมสรขึ้นในปี 2540 เพื่อให้นักเตะชุดนี้ได้ลงทำการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. โดยใช้สิทธิ์ของสมาคมกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีลงทำการแข่งขัน และใช้ชื่อทีมว่า “สโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี” มีสัญลักษณ์เป็นรูปประตูเมือง ตรงกลางเป็นรูปลูกบอลและมีแผนที่จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ด้านใน สีประจำทีมคือ สีส้มและสีกรมท่า และได้รับฉายานามว่า “ทีมขุนแผนสุพรรณฯ” ซึ่งในขณะนั้น ชนะ ยอดปรางค์ เป็นผู้ฝึกสอนของทีมต่อมาในปี 2542 สโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าร่วมโปรวินเชียลลีกของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย โดยผลงานในลีกฤดูกาลแรก สุพรรณบุรีจบฤดูกาลในฐานะรองแชมป์ ต่อมาในปี 2545 สุพรรณบุรีคว้าแชมป์โปรลีกได้สำเร็จ ต่อมาในโปรลีก 2546 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็น “สุพรรณบุรี วอร์ริเออร์” และจบฤดูกาลในฐานะรองแชมป์ และสามารถคว้าแชมป์ได้ในปี 2547 และรองแชมป์ในปี 2548 ทำให้ได้สิทธิ์ลงเล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2549 โดยสถิติการลงเล่นในโปรวินเชียลลีกนั้น ชนะเลิศถึง 2 ครั้ง และรองชนะเลิศ 4 ครั้งในลีกสูงสุดฤดูกาลแรก สุพรรณบุรี วอร์ริเออร์ ได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็น “สุพรรณบุรี เอฟซี” และมีฉายาว่า “ช้างศึกยุทธหัตถี” ต่อมาในฤดูกาล 2554 บรรหาร ศิลปอาชา ได้เข้ามาทำทีมในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของสโมสร และมอบหมายให้วราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายของเขา เป็นประธานสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี โดยมีบุญชู จันทร์สุวรรณ เป็นประธานสโมสรกิตติมศักดิ์ และใช้สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นสนามเหย้า แทนที่สนามเดิมคือโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีในไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2558 สุพรรณบุรีจบฤดูกาลด้วยอันดับที่สาม ทำให้ได้สิทธิ์ไปแข่งขันเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก ในฤดูกาล 2559 อย่างไรก็ตาม สนามเหย้าของสโมสรไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานของเอเอฟซี ส่งผลให้ชลบุรีซึ่งจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันแทนในไทยลีก ฤดูกาล 2562 ซึ่งมีสโมสรเข้าร่วมแข่งขัน 16 สโมสร สุพรรณบุรีจบอันดับที่ 14 ของตาราง โดยปกตินั้นจะต้องตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีก 2 ฤดูกาล 2563 แต่เนื่องจากสโมสรฟุตบอลพีทีที ระยองได้ประกาศขอพักทีมในฤดูกาล 2563 และตามกฎระเบียบของการแข่งขันไทยลีก ระบุเอาไว้ว่าหากมีสโมสรใดสโมสรหนึ่งตัดสินใจไม่ส่งทีมเข้าแข่งขันก็จะทำให้จำนวนทีมตกชั้นลดลงไป ดังนั้นทำให้จากเดิมที่จะตกชั้น 3 ทีม ก็จะเหลือแค่ 2 ทีมเท่านั้น