บอลไทย » ฟองสบู่มาเยือน! “สมุทรปราการ ซิตี้” ทีมแตก ส่งสัญญาณ วิกฤตลูกหนังไทย

ฟองสบู่มาเยือน! “สมุทรปราการ ซิตี้” ทีมแตก ส่งสัญญาณ วิกฤตลูกหนังไทย

20 กรกฎาคม 2021
41   0

“สมุทรปราการ ซิตี้” ทีมแตก ส่งสัญญาณ วิกฤตลูกหนังไทย

ฟองสบู่มาเยือน! “สมุทรปราการ ซิตี้” ทีมแตก ส่งสัญญาณ วิกฤตลูกหนังไทย

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อบิ๊กทีมไม่ว่าจะเป็น “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แชมป์เก่า และ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่าขยับตัวพร้อมกันในตลาดซื้อขายนักเตะ

เริ่มกันที่ “เดอะ แรบบิท” หลังมีข่าวลือคว้า “เจ้านุ้ก” จักพัน ไพรสุวรรณ เพียงไม่กี่วัน ก็ปิดดีลอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นการเสริมทัพที่ตรงจุด เพราะว่าแนวรับทั้ง ข่าวกีฬาวันนี้ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ , อันเดรส ตูเญซ และ ชาตรี ฉิมทะเล กำลังอยู่ในช่วงโรยรา ทำให้แนวรับพลังหนุ่มเหลือเพียง อิรฟาน ฟานดี้ คนเดียวเท่านั้น

ส่วนฝั่งขวา สันติภาพ จันทร์หง่อม คงเล่นทุกเกมไม่ไหวแน่ ทำให้การได้ จักพัน ที่สามารถเล่นได้ทั้งกองหลังและแบ็คขวา น่าจะทำให้ทีมสามารถโรเตชั่นรับมือโปรแกรมหนักในฤดูกาลหน้าได้มากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันแชมป์ไทยลีก , การลุยฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ รวมไปถึงรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2021 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับ ชนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ยอดทีมจากเคลีก เกาหลีใต้ ในวันที่ 15 กันยายนนี้

ขณะที่ “ปราสาทสายฟ้า” หลังแสดงจุดยืนมาตลอดว่า จะไม่ทุ่มเงินซื้อนักเตะไทย มาร่วมทีมเด็ดขาด ส่วนนักเตะที่ย้ายทีมในช่วงหลังมาแบบไม่มีค่าตัว ทั้ง ปิยพล ผานิชกุล หรือ ทินกร อสุรินทร์ แต่ดีลของ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี แตกต่างออกไป เพราะสถานการณ์ลงล็อคพอดี เนื่องจาก “นิวฉ่ำ” สัญญากำลังจะหมด และการเจรจาต่อสัญญาใหม่ล่ม ทำให้สโมสรจำเป็นต้องปล่อยตัวออกจากทีม ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้เงินค่าตัวแม้แต่แดงเดียว

ประกอบกับสไตล์ “นิวฉ่ำ” เข้ากับทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะเป็นกองกลางตัวคุมเกม ซึ่งนับตั้งแต่ปล่อย สุเชาว์ นุชนุ่ม ออกไปพวกเขาขาดนักเตะแบบนี้มาโดยตลอด ด้วยวัยวุฒิ ฝีเท้า และการเป็นถึงกัปตันทีม มีดีกรีทีมชาติไทยมาด้วย ราคาราว 10 ล้านบาท ถือว่าไม่แพงโอเวอร์จนเกินไป และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมจ่าย ซึ่งเมื่อมองภาพรวมแล้วเรียกว่า วิน-วิน ทั้งคู่

ด้าน ธีระพล เยาะเย้ย กองหน้าอีสานอินดี้ แม้จะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจบกับ “ปราสาทสายฟ้า” เรียบร้อยหรือยัง แต่ดีลนี้คงพลาดยาก รวมกับ เออร์เนสโต ภูมิภา ที่ย้ายไป บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และการไม่ต่อสัญญากับ ดาเนียล การ์เซีย โรดริเกซ “โตติ” รวมถึงเคสของ บาร์รอส ทาร์เดลี หัวหอกดาวซัลโวไทยลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว น่าจะส่งผลกระทบมหาศาล

แถมตัวแทนอย่าง กิตติพงษ์ แสนสนิท แบ็คซ้ายดาวรุ่ง , ชัยวัฒน์ บุราญ และ เอลิอันโดร กอนเซก้า เรียกว่าฝีเท้าคนละชั้นกับตัวที่ปล่อยออกไปพอสมควร

แม้ว่า สมุทรปราการ ซิตี้ จะเพิ่งต่อสัญญากับ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือระดับอ๋องดีกรีแชมป์เจลีก ออกไป แต่การไม่ทุ่มเงินเสริมผู้เล่นชั้นดีเข้ามาร่วมทีมเลย ต่อให้มีกุนซือเก่งขนาดไหนคงเจองานหนักรออยู่ อย่าลืมว่าฟุตบอลไทยไม่ได้มีระบบที่ดีขนาดนั้น แถมต้องพึ่งความสามารถของนักเตะเสียเป็นส่วนใหญ่

ที่สำคัญสถานการณ์ของ สมุทรปราการ ซิตี้ เริ่มส่งกลิ่นตุๆ โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ ต้องบอกว่าตอนนี้ธุรกิจทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ฟุตบอลก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

แม้เจ้าของสโมสร สมุทรปราการ ซิตี้ จะร่ำรวยระดับต้นๆ ของเมืองไทย แต่เมื่อทำธุรกิจฟุตบอลแล้วไม่มีสปอนเซอร์เข้ามา ชนิดที่สโมสรต้องประกาศหาผู้สนับสนุนคาดหน้าอกเสื้อแข่งคงไม่ใช่เรื่องปกติ เรียกได้ว่านี่เป็นการส่งสัญญาณเตือนหายนะถึงทุกสโมสร โดยเฉพาะเรื่องฟองสบู่แตกที่หลายคนเคยกังวล เริ่มส่งเค้ารางวิกฤตลูกหนังไทยอาจเป็นจริงในไม่ช้า

เชื่อว่าหากสภาพเศรษฐกิจยังคงเป็นแบบนี้ และโรคระบาดยังไม่มีท่าทีจะเบาบางลง โอกาสที่จะเห็นบางสโมสรหายจากสารบบบอลไทยก็มีไม่น้อยทีเดียว ซึ่งไม่อยากให้ภาพนั้นเกิดขึ้นเลยจริงๆ

แต่ถ้ามองมุมกลับ หากสโมสรในไทย กล้าปล่อยนักเตะไปค้าแข้งในต่างแดน ในราคาไม่สูงนัก แล้วเปิดทางนักเตะรุ่นใหม่ๆ มาทดแทน น่าจะแบ่งเบาภาระค่าเหนื่อยได้ไม่น้อย เพราะนักเตะรุ่นใหม่ค่าเหนื่อยไม่แพง แถมยังได้รีเซ็ทระบบเงินเดือนนักเตะที่แพงเกินจริงไปในตัว เพื่อช่วยประคองสโมสรให้อยู่รอด หากทำได้จริงอาจจะกลายเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และต่อยอดให้ฟุตบอลลีกอาชีพไทย ยังคงหายใจได้ต่อไป.