บอลไทย » หากันจนเจอ! 5 ดีล ที่ทำให้คนลูกหนัง โคจรมาอยู่ทีมเดียวกันอีกครั้งในซีซั่นหน้า

หากันจนเจอ! 5 ดีล ที่ทำให้คนลูกหนัง โคจรมาอยู่ทีมเดียวกันอีกครั้งในซีซั่นหน้า

28 เมษายน 2021
28   0

5 ดีล ที่ทำให้คนลูกหนัง โคจรมาอยู่ทีมเดียวกันอีกครั้งในซีซั่นหน้า

หากันจนเจอ! 5 ดีล ที่ทำให้คนลูกหนัง โคจรมาอยู่ทีมเดียวกันอีกครั้งในซีซั่นหน้า

ศึกลูกหนังไทยลีกรูดม่านปิดฉากลงไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ข่าวตลาดซื้อขายนักเตะยังคงเข้มข้นทุกลีก หลายสโมสรเดินหน้าคว้าตัวแข้งดังมาร่วมทีม เพื่อเติมความแข็งแกร่งลุยศึกฤดูกาลหน้าซึ่งดีลที่เกิดขึ้นช่วยให้นักเตะหลายคนได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ข่าวกีฬาวันนี้ หลังต้องแยกทางเดินกันไปคนละทาง โดยนักเตะที่พรหมลิขิตลูกหนัง เหวี่ยงให้กลับมาสวมเครื่องแบบเดียวกัน มีใครบ้างไปติดตามกันเลย

จิดี้ คานยุค-เรนาโต้ เคลิช (ชลบุรี เอฟซี)
ไม่น่าเชื่อว่าทั้ง 2 คนนี้จะได้โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในชุดสีเดียวกัน โดยทั้ง จิดี้ คานยุค และ เรนาโต้ เคลิช ย้ายมาร่วมทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ ฤดูกาล 2020-21 และได้ลงประสานงานกันมาแล้ว

หากใครจำกันได้ในศึกไทยลีก จิดี้ คานยุค เคยเปิดลูกเตะมุมให้ เรนาโต้ เคลิช โหม่งประตูชัยพา บุรีรัมย์ฯ บุกไปเอาชนะ สิงห์​ เชียงรายฯ มาแล้ว 1-0 แต่หลังจาก อเล็กซานเดร กาม่า กุนซือบราซิลเข้ามาคุมทีม “ปราสาทสายฟ้า” ทั้งคู่ก็โดนปล่อยตัวออกจากทีมในช่วงเลก 2 เพื่อเปิดทางให้ ดิเกา และ ไมค่อน มาร์เกวส​ คู่หูแซมบ้าเข้ามาประจำการแทน

สำหรับ จิดี้ คานยุค ย้ายไประเบิดฟอร์มสุดยอดกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ส่วน เรนาโต้ เคลิช ทำผลงานสุดแจ่มพา ชลบุรี เอฟซี คว้ารองแชมป์เอฟเอ คัพ 2020 โดยทั้ง 2 คนจะได้เข้ามาอยู่ในชายคา ชลบุรี สเตเดี้ยม ในฤดูกาลหน้าเหมือนกัน หลังถูก “ปราสาทสายฟ้า” ปล่อยมาร่วมทีม “ฉลามชล” แบบยืมตัว นอกจากนี้ จิดี้ คานยุค ยังจะได้ประสานงานกับอดีตคู่หูอย่าง เดนนิส มูริลโล่ กองหน้าบราซิลสมัยเล่นกับโคราชอีกด้วย

ฉัตรมงคล ทองคีรี-ทศพล ชมชน (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ทั้ง ฉัตรมงคล ทองคีรี และ ทศพล ชมชน ได้โคจรมาสวมชุดเดียวกันในเครื่องแบบ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี โดยในปีนั้น เชียงใหม่ เอฟซี อุดมไปด้วยแข้งฝีเท้าจัดจ้านทั้ง เอกนิษฐ์ ปัญญา , โชติภัทร พุ่มแก้ว , พิชิตพงษ์ เฉยฉิว หรือ รณชัย รังสิโย ฯลฯ

แต่ทั้ง ฉัตรมงคล และ ทศพล ประสานงานกันช่วยป้องกันแนวรับของทีม โดย ฉัตรมงคล ทำหน้าที่ปัดกวาดหน้าแผงหลังให้ ทศพล จากนั้นชีพจรลูกหนังของทั้งคู่ต้องแยกกันไป เมื่อ ฉัตรมงคล โดน เจแอล เชียงใหม่ (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) ยืมตัวไปใช้งานในเลก 2 ก่อนจะย้ายไป ชัยนาท ฮอร์นบิล ต่อด้วย การท่าเรือ เอฟซี และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตามลำดับ

ขณะที่ ทศพล อยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี ก่อนพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดในปี 2018 และถูก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีมล่าตั๋วแชมป์ M-150 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2019 ในเลก 2 ก่อนพาทีมเลื่อนชั้นสำเร็จได้ตามเป้าหมาย และต่อมายังพา “เดอะ แรบบิท” ผงาดคว้าแชมป์ไทยลีก 2020-21 มาครองเป็นสมัยแรก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ล่าสุด ฉัตรมงคล ทองคีรี ได้ย้ายมาร่วมทีม บีจี ปทุมฯ และจะได้ร่วมงานกับ ทศพล ชมชน เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีเลยทีเดียว

กีรติ เขียวสมบัติ-เทิดศักดิ์ ใจมั่น (อุทัยธานี เอฟซี)
ในปี 2015 ทัพ “ฉลามชล” สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้า “กีรติ เขียวสมบัติ” กองหน้าดีกรีทีมชาติไทย ที่กำลังโด่งดังหลังพาทีมชาติไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ โดยหัวหอกฉายา “กีรติอุส” ได้ประสานงานกับกองกลางจอมเก๋าของทีม “ฉลามชล” ที่ชื่อว่า เทิดศักดิ์ ใจมั่น ทว่า กีรติ ก็ค้าแข้งอยู่ในถิ่น ชลบุรี สเตเดี้ยม ได้เพียงแค่เลกเดียว ก็ต้องย้ายไป พีทีที ระยอง ในเลก 2 และฝากผลงานลงสนาม 10 นัด ยิง 6 ประตู

จากนั้นเส้นทางลูกหนังของ กีรติ ก็เข้าขั้นพเนจร เมื่อย้ายไปเล่นให้กับหลายสโมสร ขณะที่ เทิดศักดิ์ อยู่เป็นตำนานของ ชลบุรี และประเทศแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมา

ล่าสุดทั้ง 2 คนได้โอกาสกลับมาร่วมงานอีกครั้งในบทบาทที่แตกต่างกันออกไป แต่ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม เมื่อ กีรติ ย้ายมาเล่นให้ อุทัยธานี เอฟซี ทีมน้องใหม่ไทยลีก 3 ซึ่งมี เทิดศักดิ์ ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นเฮดโค้ชป้ายแดง โดยเป้าหมายของทั้งคู่มีเหมือนกันก็คือพา อุทัยธานี เอฟซี เลื่อนชั้นไปเล่นในศึกฟุตบอล M-150 แชมเปี้ยนส์ชิพ ในซีซั่นหน้าให้ได้ รวมถึง กีรติ จะได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมอีกรายคือ ณรงค์ จัทร์เสวก กองกลางที่เคยเล่นด้วยกันกับ เทโร ในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยนี่คือ 2 นักเตะระดับตำนานของวงการฟุตบอลไทย แม้จะไม่เคยอยู่ร่วมถ้ำเดียวกันในระดับสโมสร เพราะ สินทวีชัย เป็นตัวเอกของ ชลบุรี เอฟซี มาตลอด ฝั่ง สุเชาว์ ก็เป็นฮีโร่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ว่าในอดีตทั้ง 2 คนเคยประสานงานกันมาแล้วในเครื่องแบบทีมชาติไทย เมื่อพาทัพ “ช้างศึก” คว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 เมื่อปี 2005 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นใบเบิกทางให้แฟนบอลได้รู้จักทั้งคู่มากขึ้น ก่อนจะพา “ช้างศึก” คว้าแชมป์คิงส์ คัพ ในปี 2006

จากนั้นเส้นทางของทั้งคู่ยังเป็นเหมือนเส้นขนานไม่มีวันมาบรรจบกัน สินทวีชัย ย้ายไปเฝ้าเสาให้ สุพรรณบุรี เอฟซี ก่อนจะคัมแบ็คมาเฝ้าเสาให้ “ฉลามชล” อีกครั้ง ขณะที่ สุเชาว์ เมื่อแยกทางกับ “ปราสาทสายฟ้า” ก็กลับมาเล่นกับบ้านเกิด เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในไทยลีก 3 แถมพาทีมเลื่อนชั้นไปเล่นในศึก M-150 แชมเปี้ยนส์ชิพ ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

แต่สุดท้ายเส้นทางลูกหนังก็จับเอา สินทวีชัย และ สุเชาว์ มาร่วมงานกันจนได้ในเครื่องแบบของ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือว่าเป็นการรวมพลังกันอีกครั้งในรอบ 15 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ สินทวีชัย ยังจะได้เล่นร่วมกับเพื่อนเก่าอย่าง เลอันโดร อัสซัมเซา , กรวิทย์ นามวิเศษ และ แฮร์ลิสัน ไคออน อดีตเพื่อนร่วมทีม “ฉลามชล” อีกด้วย

อาทิตย์ สุนทรพิธ-อดุล สล็อตออนไลน์ 2021 หละโสะ (ลำพูน วอริเออร์)
นี่คือ 2 เกลอจากเบ้าหลอมลูกหนังของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี สมัยยุครุ่งเรืองจัดว่าเป็นกองกลางตัวรุกและกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย โดย อาทิตย์ มีทีเด็ดตรงลูกฟรีคิก และการยิงไกลอันหนักหน่วง จนได้รับฉายา “บาสแฮ่ม”

ขณะที่ อดุล เต็มไปด้วยความดุดัน ขยัน และมีวินัย ทั้งคู่เล่นด้วยกันในเครื่องแบบ “ฉลามชล” มาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะแยกไปตามทางของตัวเอง

กระทั่งล่าสุด ลำพูน วอริเออร์ ทีมน้องใหม่ไฟแรงเวอร์ของศึกฟุตบอล M-150 แชมเปี้ยนส์ชิพ ซีซั่นหน้า ได้จัดการสอย อาทิตย์ มาร่วมทีมและเปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

แต่ภาพฝันที่แฟนบอลไทย สล็อตออนไลน์ ทดลองเล่นฟรี จะได้เห็นทั้งคู่ทำเกมร่วมกันหายสิ้นไปทันที เมื่อ “เสี่ยตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก ประธานสโมสรลำพูนฯ ได้ปล่อยตัว อดุล ออกจากทีมแล้ว ทำให้ทั้งคู่อยู่ร่วมสโมสรเดียวกันใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามการปล่อย อดุล ทางสโมสรต้องการให้ดาวเตะรายนี้ไปรักษาอาการบาดเจ็บให้หายขาด และหากฟิตสมบูรณ์ก่อนเปิดฤดูกาลยังสามารถคัมแบ็คกลับมาช่วยทีมได้แน่นอน หวังว่าเวลากว่า 4 เดือนต่อจากนี้ อดุล จะกลับมาฟิต 100 เปอร์เซ็นต์อีกครั้ง เพื่อกลับมาประสานงานกับคนคุ้นเคยที่ชื่อ บาส อาทิตย์ นั่นเอง

ส่วนในอนาคตอันใกล้ นักเตะคนใดจะได้กลับมาประสานงานในชุดเดียวกันอีก ต้องติดตาม เพราะตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก ตอนนี้ช่างเข้มข้นเหลือหลาย.