บอลไทย » แกะเพรสแบบกิเลน! 5 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม การท่าเรือ ชนะ เมืองทอง 2-0

แกะเพรสแบบกิเลน! 5 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม การท่าเรือ ชนะ เมืองทอง 2-0

4 ธันวาคม 2020
51   0

5 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม การท่าเรือ ชนะ เมืองทอง 2-0
จบลงไปแบบสุดมันส์กันเลย สำหรับศึกฟุตบอลไทยลีก 2020-21 นัดกลางสัปดาห์ ซึ่ง การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้าน แพท สเตเดี้ยม ชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-0 ทำให้เก็บเพิ่มเป็น 31 แต้มจาก 13 เกม จี้จ่าฝูงอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เหลือเพียง 4 แต้มเท่านั้น และทิ้งห่างอันดับ 3 อย่าง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ถึง 5 แต้มแล้ว

แกะเพรสแบบกิเลน! 5 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม การท่าเรือ ชนะ เมืองทอง 2-0
ผลออกแบบนี้ ทำให้เกมไทยลีก นัดหน้าที่จะต้องพบกับ “ราชันมังกร” ทางด้าน “สิงห์เจ้าท่า” ขอเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น ก็จะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรทันที

ซึ่งตลอด 90 นาที ณ “เขตปกครองพิเศษคลองเตย” ในเกมเมื่อวาน มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย
และนี่คือ 5 สิ่งที่เราได้เห็นจากเกมสุดมันส์คู่นี้

เก้าอี้ที่ว่างเปล่าเหล่านั้น
ปกติแล้ว ก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น ข่าวกีฬาวันนี้  เมื่อมีการประกาศรายชื่อนักเตะที่ได้ลงสนามของทีมเยือน ก็จะมีเสียงแฟนบอลทีมเยือน ปรบมือ โห่ร้องให้กำลังใจนักเตะของตนเอง

แม้เสียงจะเบากว่าตอนที่ประกาศชื่อนักเตะของเจ้าบ้าน
แต่เสียงเหล่านั้น มันก็ยังมี
แม้จะเบา แต่ก็ยังได้ยิน….

ทว่า ในเกมดังกล่าว จากมาตรการที่ยังไม่อนุญาตให้แฟนบอลทีมเยือนเข้ามาชมเกมในสนาม เมื่อทั้งสองทีมพบกัน ก็ได้ทำให้ที่นั่งทางฝั่งทีมเยือนของ แพท สเตเดี้ยม เมื่อวานที่ผ่านมา “เงียบเหงา” ไม่มีเสียงเชียร์จากแฟนๆ “กิเลนผยอง” ที่ปกติจะต้องมาอย่างแน่นขนัดในสนามแห่งนี้ ในฐานะคู่รักคู่แค้นเบอร์หนึ่งตลอดกาล

เราก็ได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่งทาง “ไทยลีก” ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขัน และทั้งสองสโมสร จะอนุญาตให้แฟนบอลทีมเยือนเข้าสนามสักที โดยมีวิธีป้องกันเหตุที่คาดไม่ถึงได้ดีกว่าที่เคยเป็นมา มากกว่าจะแก้ปัญหาด้วยการไม่อนุญาตให้แฟนบอลเข้าสนาม

และวันนั้น เสียงจากเก้าอี้ที่ว่างเปล่าเหล่านั้น
จะกลับมากระหึ่มชะโลมจิตใจนักเตะทีมเยือนให้เห็นอีกครั้ง

เจแปนนีสสไตล์ ในแบบกิเลนผยอง
ขึ้นเกมจากแดนหลัง, ผู้รักษาประตูใช้เท้าเป็น, สล็อตออนไลน์ ฟรี แกะเพรสซิ่ง, ทำชิ่งสามเหลี่ยม, เล่นบอลเร็ว, จ่ายบอลน้อยจังหวะถึงหน้าปากประตูคู่แข่ง และแย่งบอลกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียการครอบครองบอล

นี่ คือ เทรนด์ฟุตบอลของโลกสมัยใหม่ ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายบนโลกลูกหนังใบนี้ ซึ่งในทวีปเอเชีย มันคือวิธีการเล่นที่ทีมในศึก เจ ลีก ญี่ปุ่น หลายๆ สโมสรใช้กัน

เมื่อวานที่ผ่านมา ฟุตบอลในแบบฉบับ “กิเลนผยอง” ภายใต้การคุมทีมของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็สามารถเล่นได้ตามที่ผมกล่าวไปข้างต้น

“ก้าวตามเทรนด์ของโลกให้ทัน และนำเพื่อนไปก่อนให้ได้”

เกมเมื่อวาน เมืองทอง เล่นเกมรุกจากแนวรับได้ดีมากครับ พวกเขาเริ่มต้นบิ้วอัพเกมตั้งแต่แนวรับ ก่อนจะพยายามแกะเพรสซิ่งที่ถาโถมเข้ามา และพยายามสวิตซ์บอลเร็วไปข้างหน้า เมื่อคู่ต่อสู้ใช้กำลังพลเข้ามาเพรสซิ่งสูงจนเปิดช่องโหว่ให้โจมตี

สวยงามมากครับ การเล่นเหล่านี้ เล่น สล็อต ออนไลน์ มือ ถือ ต้องใช้เบสิคที่ดีของนักเตะ ต้องใช้ความรู้ใจกัน ความเข้าใจเกม และการยืนพื้นที่สอดประสานของแต่ละคนอย่างดี ไม่น่าเชื่อว่า เวลาเพียงไม่นาน มาริโอ ยูรอฟสกี้ จะสามารถดึงศักยภาพของนักเตะที่ส่วนใหญ่เป็นนักเตะไทยออกมาได้ดีขนาดนี้

ซึ่งแต่ละคน จ่ายบอลคม ออกบอลแม่นยำขึ้นเยอะมากครับ เสียดายก็เพียงแค่จังหวะจบสกอร์ ที่ยังขาดความคมอยู่ โดยนักเตะที่ควรได้รับการชื่นชมของ เมืองทอง คือ กองกลางชาวไทยทั้ง 5 คน ที่คอยช่วยกันเล่นอย่างดี ทั้ง วัฒนา พลายนุ่ม, วีระเทพ ป้อมพันธุ์, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์, สรวิทย์ พานทอง และ สหรัฐ กันยะโรจน์ โดยเฉพาะ “เจ้าโอ๊ต” และ “เจ้าเตอร์” ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ สำหรับเกมเมื่อวาน

ส่วนอีกคนก็คือ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ ที่โดดเด่นมากๆ ในตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งบ่อยครั้ง เขาหุบเข้ากลางมาเชื่อมบอล ทำหน้าที่เป็นแบบ Inverted-Wing Back (คล้ายๆ กับที่ ธีราทร เล่นในเจ ลีก) และเมื่อเจอสถานการณ์ที่โดนเพรสซิ่ง “เจ้าต้าร์” ก็แกะเพรสซิ่งของฝั่งตรงข้ามออกมาได้ดี แถมยังแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าแบบสวยๆ ได้อีกหลายจังหวะด้วย

โค้ชอู๊ด กับชัยชนะ 8 นัดรวด และน้ำตาลูกผู้ชาย
เท่าที่ผมรู้จัก “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ มาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะแกเปิดร้านจิ้มจุ่มอยู่แถว มธ. ศูนย์รังสิต ชื่อว่าร้าน “9aood (นายอู๊ด)” แกเป็นคนเงียบๆ พูดน้อย เน้นยิ้มและหัวเราะให้กับวงสนทนา และดูแข็งแกร่ง ในแบบที่ไม่น่าจะเจ้าน้ำตา

แต่เมื่อวานที่ผ่านมา หลังจากพาทีมเก็บชัยชนะได้ 8 นัดรวด กุนซือดีกรีโปรไลเซนส์รายนี้ ก็ปล่อยโฮขณะให้สัมภาษณ์หลังเกมด้วยน้ำตาลูกผู้ชาย และบอกว่า สล็อตออนไลน์ฟรี เขาภูมิใจมากที่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีกับสโมสรระดับตำนานของเมืองไทย อย่าง การท่าเรือ เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรที่เขาต้องการมาร่วมทีมตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ แต่ไม่มีโอกาส

แต่ถึงกระนั้น วันเวลา และจังหวะชีวิต ก็พาให้ “นายอู๊ด” คนนี้ ได้ร่วมงานกับสโมสรที่เขาใฝ่ฝันจริงๆ แต่ในฐานะเฮ้ดโค้ช เหมือนเป็นพรหมลิขิตที่ขีดเอาไว้

และเป็นเฮ้ดโค้ชที่ไม่ธรรมดาด้วยครับ เพราะกำลังจะเป็นเฮ้ดโค้ชคนแรกในประวัติศาสตร์ที่พา “การท่าเรือ เอฟซี” ไปลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในฤดูกาลหน้า

แพสชั่นมี สปิริตก็มา นี่แหละมาริโอสไตล์
เป็นที่ทราบกันดีว่า ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะจนถึงปัจจุบัน มาริโอ ยูรอฟสกี้ เป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมกับเกมค่อนข้างสูงมาก เขามักจะแสดงออกถึงแพสชั่น และความกระหายชัยชนะออกมาในยามที่ลงสนาม

และหากมีอะไรที่เขารู้สึกไม่พอใจ เขาก็จะแสดงออกมาให้เห็นทันที จนทุกคนทราบดีว่า นี่แหละคือ สไตล์ของ มาริโอ ยูรอฟสกี้

ซึ่งแม้หน้าที่จะเปลี่ยนไป แต่หัวใจของความเป็นผู้ไม่ยอมแพ้ยังอยู่กับมาริโออย่างเต็มเปี่ยม ในยามที่ยืนข้างสนามคุมลูกทีม และเกมเมื่อวานที่ผ่านมา มีหลากหลายจังหวะที่เขาแสดงออกด้วยภาษาร่างกายที่ไม่พอใจคำตัดสินของกรรมการ รวมถึงหลังจบเกม ก็มีปากเสียงกับ เนลสัน โบนีญ่า กองหน้าผู้ทำประตูที่สองให้กับ การท่าเรือ เอฟซี

ทว่าเมื่อถึงห้องแถลงข่าวในยามเกมจบ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็ให้เกียรติกับสโมสร ให้เกียรติกับเกมที่จบลงไปแล้ว ด้วยการปฎิเสธที่จะสัมภาษณ์ถึงเรื่องของกรรมการ และเรื่องการกระทบกระทั่งกับ โบนีญ่า โดยเลือกที่จะพูดถึงแค่เรื่องผลงานในสนามของลูกทีมเท่านั้น

ซึ่งนี่คือการแสดงออกแบบมีน้ำใจนักกีฬา และมีสปิริต ของ “ซูเปอร์มาริโอ”

กรรมการ อีกแล้วนะ
เป็นเกมที่ดี เป็นเกมที่มันส์ เป็นเกมที่สนุก และเป็นเกมที่ทั้งสองทีม สู้กันได้อย่างเต็มที่ ทว่าหลังจบเกม คอมเมนต์ต่างๆ ในโลกโซเชี่ยล กลับพุ่งประเด็นไปอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ “กรรมการ”

เป็นอีกแมตช์ที่ผู้ตัดสินในเกมฟุตบอลไทยลีก ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในโลกออนไลน์ จากการทำหน้าที่ที่ดูเหมือนจะไม่ได้มาตรฐานในหลายจังหวะ จนทำให้เกิดคอมเมนต์ต่างๆ มากมาย

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ กลายเป็นที่โจษจันในสังคมฟุตบอลไทยอีกครั้งว่า เมื่อฟุตบอลไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าตามเทรนด์ของโลก แต่สิ่งที่กลับยังไม่ได้ก้าวตามมาก็คือ “มาตรฐานในการตัดสิน” ของผู้ตัดสิน ในเกมใหญ่

และหากไม่มีการแก้ไข หรือปรับปรุงมาตรฐานการตัดสิน เราก็อาจจะได้เห็นคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้ตัดสินเต็มโลกโซเชี่ยลจากแฟนบอลไทยแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน